DrTaworn.com เป็นเวบไซต์ที่มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการบำบัดรักษาโรคอย่างเป็นองค์รวมแก่ผู้สนใจ ทั้งประชาชนทั่วไปทุกเพศวัยและฐานะ ตลอดผู้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพโดยตรง เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด มารดา พี่เลี้ยงเด็ก ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ
จึงได้นำเสนอ แนวทางใหม่ในการวิเคราะห์หาสาเพตุของโรคและอาการเจ็บป่วยทั้งหลายอย่างครบถ้วนรอบด้านโดยไม่ด่วนสรุปสาเหตุและการรักษาไปตามชื่อโรคหรือการวินิจฉัยแบบทั่วไป แต่เน้นการพิจารณาทำความเข้าใจถึงองค์ประกอบและกลไกทั้งหลายที่ช่วยให้กิจกรรมภายในร่างกายดำเนินไปได้เป็นปกติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ประกอบและกลไกในระบบโครงสร้างของร่างกาย (ที่การแพทย์ส่วนใหญ่ได้ละเลยมองข้ามไป) ที่อำนวยให้กิจกรรมและกระบวนการทั้งปวงดำเนินไปได้ ซึ่งจะทำให้เข้าใจได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของโรคนั้น ๆ เนื่องมาจากความผิดปกติภายในระบบโครงสร้างของร่างกายอย่างไร สามารถป้องกันและบำบัดรักษาได้อย่างไร และการดูแลสุขภาพให้ได้ผลสมบูรณ์จะต้องทำอย่างไร
ผู้จัดทำเป็นแพทย์ที่ตั้งใจศึกษาวิชาแพทย์ด้วยความคาดหวังอย่างสูงว่า จะสามารถกลับไปช่วยดูแลเยียวยาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านในชนบทที่สมัยก่อนยังอยู่ห่างไกลและขาดแคลนการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นอย่างยิ่งได้ในทุกปัญหาที่เจ็บป่วย แต่ประสบการณ์ยาวนานกว่าสามสิบปีในการการเอาใจใส่เฝ้าสังเกตศึกษาดูแลรักษาผู้ป่วยทุกสาขาอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกโรงพยาบาล ทำให้สรุปได้ว่า
แม้การแพทย์ปัจจุบันจะสามารถช่วยชีวิตคนที่เจ็บป่วยด้วยโรครุนแรง เช่น ปอดบวม อหิวาต์ ไส้ติ่งอักเสบ กระเพาะทะลุ ตลอดจนการบาดเจ็บจากภยันตรายต่าง ๆ ขนาดกระดูกหัก ลำไส้ขาด ปอดทะลุ เลือดออกในสมอง ได้เป็นอย่างดีด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ การให้สารทดแทน หรือการผ่าตัด แต่กลับอับจนปัญญาที่จะช่วยผู้ป่วยจำนวนมากให้หายจากโรคที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไปและโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น ปวดข้อ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ ปวดหลัง ปวดศีรษะ ไมเกรน ปวดประจำเดือน โรคกระเพาะอาหารโรคกรดไหลย้อน แน่นจมูก ไซนัสอักเสบ ตาแห้ง ตามัว ภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ เป็นต้น
การศึกษาค้นคว้าหาประสบการณ์ในศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์หลายแขนงไปพร้อมกับการสังเกตการเปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยอย่างละเอียดถี่ถ้วน มาตลอดระยะเวลากว่าสามสิบปี เพื่อแสวงหาหลักทฤษฎีและวิธีการที่เหมาะสม ได้ผลและปลอดภัย สำหรับนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพและบำบัดรักษาโรคของเพื่อนมนุษย์ ทำให้ได้พบว่า
สาเหตุที่การแพทย์ปัจจุบันยังไม่อาจป้องกันบำบัดรักษาโรคที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไปอย่างได้ผลเท่าที่ควรทั้ง ๆ ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างสูงนั้น เพราะ
1. องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานที่ใช้อยู่ยังไม่สมบูรณ์และไม่ตรงกับความจริงในธรรมชาติ โดยเฉพาะในวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีระวิทยา ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานที่ศึกษาให้เข้าใจถึงลักษณะและหน้าที่ขององค์ประกอบของร่างกาย ตลอดจนกระบวนการกลไกที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นความรู้พื้นฐานในการศึกษาวิเคราะห์ทางการแพทย์นั้น กลับขาดองค์ความรู้และการศึกษาเกี่ยวกับ เยื่อพังผืด (fascia) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ปกคลุมสอดแทรกไปตลอดทั่วร่างกาย และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการคมนาคมขนส่งออกซิเจนและสารเคมีตลอดจนการสื่อสารภายในร่างกาย ตั้งแต่ระดับอวัยวะไปจนถึงระดับเซลล์
2. เมื่อขาดความรู้ความเข้าใจในองค์ประกอบที่มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางต่อหน้าที่และความเป็นอยู่ขององค์ประกอบอื่นของร่างกายเช่นเยื่อพังผืดไปแล้ว การวิเคราะห์ปัญหาทางการแพทย์ส่วนใหญ่จึงต้องผิดพลาดบกพร่องไม่ตรงกับความเป็นจริง และเป็นพื้นฐานให้การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวเนื่องต้องผิดพลาด หลงทาง ห่างไกลจากความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ การวินิจฉัยสาเหตุของโรคจึงไม่ตรงกับความเป็นจริง การป้องกันรักษาก็ไม่ตรงกับสาเหตุ ทำให้ไม่ได้ผลหรือกลับสร้างปัญหามากขึ้น
3. การเชื่อมั่นในเทคโนโลยี เช่น ภาพที่เห็นใน MRI โดยขาดความรู้พื้นฐานที่ถูกต้อง ประกอบกับความรู้ผิด ๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดมา ทำให้การแปลผลที่ได้จากเทคโนโลยีเหล่านั้นผิดไปจากความเป็นจริงได้เป็นอันมาก และนำไปสู่การรักษาที่ผิดไม่ตรงกับสาเหตุและก่อให้เกิดปัญหาใหม่เพิ่มขึ้น