คำพิพากษาฏีกาที่ ๕๑๖๑/๒๕๔๗ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ร่วม ผู้เสียหาย จำเลยกระทำผิดต่อกฏหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือเมื่อระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยเอาไปเสียซึ่งเอกสาร รวมทั้งสิ้น ๔๘๙ แผ่น ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของผู้เสียหายในประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และผู้อื่นหรือประชาชน เหตุเกิดขึ้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน และแขวงบางอ้อ เขบางพลัด กรุงเทพฯ เกี่ยวพันกัน เมื่อระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ได้มีคนร้ายลักเอาข้อมูลโปรเเกรมคอมพิวเตอร์ในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ของผู้เสียหาย ซึ่งบันทึกเก็บไว้ในแผ่นบันทึกข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยคนร้ายใช้วิธีการนำแผ่นบันทึกข้อมูลเปล่าลอกเอาข้อมูลจากแผ่นบันทึกข้อมูลของผู้เสียหายโดยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไปจำนวน ๔๑ แผ่น คิดเป็นมูลค่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท.- ไปโดยสุจริต เหตุเกิดที่แขวลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ต่อมาวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ เวลากลางวัน พนักงานของผู้เสียหายได้ยึดแผ่นบันทึกข้อมูล ๔๑ แผ่นซึ่งคนร้ายลักลอกข้อมูลจากแผ่นบันทึกข้อมูลที่แท้จริงของบริษัทผู้เสียหายในความครอบครองของจำเลย ทั้งนี้ จำเลย เป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์เอาซึ่งข้อมูลในการดำเนินการทางธุรกิจของผู้เสีหยายโดยลอกเอาข้อมูลจากแผ่นบันทึกข้อมูลของผู้เสียหายไปเสียเองโดยสุจริตหรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้อง จำเลยได้รับของโจร โดยรับเอาไว้ ช่วย ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งผแนบันทึกข้อมูล ๔๑ แผ่น อันเป็นทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไป โดยจำเลยรู้อยู้แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เหตุรับของโจทก์ เกิดที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน แะแขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เกี่ยวกันกัน ต่อมาวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๘ จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฏหมายอาญา มารา ๑๘๘ ,๓๓๕,๓๕๗ ๙๑ คืนแผ่นบันทึกข้อมูลและเอกสารแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง คืนแผ่นบันทึกข้อมูลแและเอกสารให้แก่โจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฏีกาวินิจฉัยตามฏีกาของโจทก์ร่วม ว่า การที่จำเลยนำแผ่นบันทึกข้อมูลเปล่าลอกข้อมูลจากแผ่นบันทึกข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมไป เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ โจทก์ร่วมฏีกาว่าข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของโจทก์ร่วมมีรูปร่างเป็นตัวอักษร ภาพ แผนผังและตราสาร ซึ่งเป็นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา ๑๓๗ การที่จำเลยเอาข้อมูลของโจทก์ร่วมดังกล่าวไป จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เห็นว่า ข้อมูล ตามพจนานุกรมให้ความหมายว่า " ข้อเท็จจริง หรือสิ่งที่ถือหรือยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง สำหรับใช้เป็นหลักอนุมานหาวามจริงหรือการคำนวณ " ส่วน ข้อเท็จจริง หมายความว่า " ข้อความแห่งเหตุการณ์ทีเป็นมาหรือที่เป็นอยู่จริง ข้อความหรือเหตุการณ์ที่จะต้องวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริง" ดังนั้นข้อมูลจึงไม่นับเป็นวัตถุมีรูปร่าง สำหรับอักษร ภาพ และ แผนผัง และตราสาร เป็นเพียงสัญญลักษณ์ที่ถ่ายทอดความหมายของข้อมูลออกจากแผ่นบันทึกข้อมูลโดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ มิใช่รูปร่างของข้อมูล เมื่อประมวลกฏหมายแพ่งพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗ บัญญัติว่า " ทรัพย์ " หมายความว่า วัตถุมีรูปร่าง ข้อมูลในแผ่นคอมพิวเตอร์จึงไม่ถือเป็นทรัพย์ การที่จำเลยนำแผ่นข้อมูลเปล่าลอกข้อมูลจากแผ่นบันทึกข้อมูลของโจทก์ร่วม จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้อง พิพากษายืน
-------------------------------